| |
ความเป็นมา
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยในการศึกษาธรรมชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในลักษณะของการดำเนินงานด้านวิชาการ และจากการ
ที่ได้เสด็จไปเยี่ยมเยียนราษฎร ในทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ พระองค์ทรงเล็งเห็นว่าสภาพป่าในหลายพื้นที่ ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ
จึงควรที่จะมีการอนุรักษ์
ไว้ให้เยาวชนและราษฎรในท้องถิ่น ตลอดจนผู้ที่มีความสนใจในธรรมชาติได้ใช้เป็นสถานที่สำหรับการศึกษาสภาพธรรมชาติ
อีกทั้งยังสามารถใช้เป็นสถานที่สำหรับ
การพักผ่อนหย่อนใจ ได้อีกด้วย |
| |
เพื่อเป็นการสนองพระราชประสงค์สำนักพระราชวังได้ร่วมกับกองทัพบก และส่วนราชการของจังหวัดราชบุรี รวมถึงนักวิชาการสาขาที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกและ
ปรับปรุงสภาพพื้นที่บริเวณที่ราชพัสดุ ในความดูแลของกองทัพบก ณ อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี โดยเมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม
๒๕๓๘ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้เสด็จ
พระราชดำเนินไปทอดพระเนตร และได้ทรงมอบแนวพระราชดำริ เพื่อใช้เป็นแนวทางดำเนินงานให้กับคณะผู้ดำเนินงาน
สรุปสาระสำคัญได้ดังนี้.-
๑.
ปรับปรุงพื้นที่เพื่อใช้เป็นสถานที่ศึกษาสภาพธรรมชาติ โดยดำเนินการในพื้นที่ขนาดเล็กก่อน แล้วขยายผลไปยัง
พื้นที่อื่นๆ
๒. สำรวจทรัพยาการธรรมชาติ
ด้านชีวภาพและกายภาพให้ละเอียดและเก็บข้อมูลให้ครบถ้วน
๓. นำผลการสำรวจและข้อมูลดังกล่าวมาทำการศึกษาวิจัย
เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนท้องถิ่น โดยให้
ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมด้วย
๔. การดำเนินงานทุกขั้นตอนควรที่จะให้ประชาชนในท้องถิ่น ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย |
| |
สภาพพื้นที่
สภาพโดยทั่วไปเป็นป่าและภูเขามีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ
๒๑๐ เมตร ถึง ๑,๐๕๐ เมตร มีความลาดชัน.
ส่วนใหญ่ เป็นแหล่งกำเนิดของ ลุ่มน้ำห้วยบ่อหวี ห้วยบ่อคลึง ห้วยคอกหมู ห้วยค้างคาว โดยลุ่มน้ำเหล่านี้ จะมีแบบของทางน้ำไหล
(DRAINAGE PATTERN) เป็นแบบทางน้ำกิ่งไม้ (DENDRITRIC DRINAGE PATTERN) ไหลลงสู่แม่น้ำภาชีทางทิศตะวันออก
|
|
| |
สภาพธรณีวิทยา |
| |
|
หินที่พบในพื้นที่ส่วนใหญ่ เป็นหินไบโอไทต์แกรนิต ซึ่งเกิดในลักษณะของหินอัคนีแทรกชอน ดันแทรกตัว ผ่านชั้นหินตะกอน
ที่เรียกว่า หินชุดแก่งกระจานขึ้นมาในระหว่างยุคครีเทเชียส ภายในเนื้อหินที่พบส่วนใหญ่จะมีแร่ฟันม้าและแร่เขี้ยวหนุมานประกอบ
อยู่ในเนื้อหิน นอกจากนั้น การแทรกดันตัวของหินอัคนี
ยังเป็นสาเหตุทำให้หินบริเวณใกล้เคียงแปรสภาพเป็นแร่ดีบุก โดยในห้วง
ระยะเวลาต่อมา ได้เกิดการสะสมและรวมตัวกันเป็นแหล่งลานแร่หรือแร่เปลือกดิน ปรากฏให้เห็นได้โดยทั่วไปแร่เศรษฐกิจที่สามารถ
พบได้ในบริเวณนี้คือ แร่ดีบุก แร่ฟลูออไรด์
แร่ฟันฟ้า แร่เขี้ยวหนุมาน เป็นต้น
|
| |
สภาพป่าและพืชพรรณไม้
ลักษณะภูมิอากาศของจังหวัดราชบุรี มีอุณหภูมิสูงสุด เฉลี่ย
๓๕ องศาเซลเซียส และต่ำสุดเฉลี่ย ๒๒ องศาเซลเซียส มีความชื้นสัมพัทธ์ระหว่าง ๖๕ - ๘๐% ปริมาณ
น้ำฝนทั้งปี ๑,๐๖๐ มิลลิเมตร ต่อปี ฝนตกชุกระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง ตุลาคม ระยะแห้งแล้งระหว่าง เดือน ธันวาคม
ถึงเมษายน เป็นเหตุทำให้เกิดความหลากหลายของ
พืชพรรณไม้ ซึ่งแบ่งได้ตามลักษณะของสังคมพืชได้ ดังนี้.- |
|
|
 |
ป่าเบญจพรรณ
ลักษณะเป็นป่าโปร่งในบริเวณเชิงเขาที่ระดับความสูงไม่เกิน
๗๕๐ เมตร พรรณพืชไม้แน่นทึบไม้ยืนต้น เป็นไม้ขนาดกลางมีความสูงไม่เกิน
๒๕ เมตร เช่น ประดู่ แดง มะค่าโมง ตะแบก นอกจากนั้น บริเวณหุบเขา และที่ราบเชิงเขาจะพบไผ่ชนิดต่าง
ๆ ขึ้นปะปนเป็นจำนวนมาก เช่น
ไผ่นวล ไผ่ผาก ไผ่รวก ไผ่ป่า ไผ่บงป่า
|
|
|
ป่าดงดิบ
เป็นป่าที่มีต้นไม้ค่อนข้างหนาแน่น
พบได้ที่ระดับความสูง ๗๕๐ ถึง ๑,๐๐ เมตร พื้นป่าหนาแน่นไปด้วย ลูกไม้และ
พืชล้มลุกในวงศ์อังกาบ และ วงขิงข่า นอกจากนั้นยังมีปาล์มและหวายหลายชนิดขึ้นกระจายอยู่ทั่วไป ไม้ยืนต้นในป่าดงดิบ
นี้มีความสูงประมาณ ๓๐ ถึง ๕๐ เมตร เช่น ยางเหียง ยางกล่อง จำปาป่า
แซะ เป็นต้น รวมทั้งป่าดงดิบยังสามารถซึมซับ
น้ำฝนได้ เป็นแหล่งกักเก็บน้ำ ธรรมชาติหรือป่าต้นน้ำ ลำธาร อย่างแท้จริง
|
|
|
|
ป่าดิบเขา
พบได้ในบริเวณสันเขาที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐๐๐ เมตร
พรรณไม้ทีค้นพบ เช่น ขมิ้นตอง อบเชย ก่อแป้น ก่อเต้าปูน
เป็นต้น
|
|
| |
เหตุผลและความจำเป็น
ปัจจุบันพื้นที่ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์เหลือเพียงประมาณร้อยละ
๒๐ เป็นเหตุให้ทางราชการต้องเร่งทำการพิทักษ์รักษาและอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้เหล่านี้ไว้ เพื่อประโยชน์ของ
ประชาชนโดยส่วนรวม แต่เนื่องจากหน่วยงานราชการมีขีดจำกัด ทำให้การเข้าไปฟื้นฟูเป็นไปด้วยความยากลำบากและล่าช้า
ทั้งนี้เนื่องจากขาดความร่วมมืออย่างจริงจังจาก
ประชาชนในท้องถิ่นซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก
ขาดความรู้ และความเข้าใจในเรื่องความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
รวมทั้งไม่ทราบถึงผลกระทบและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียดุลยภาพของธรรมชาติ ด้วยเหตุปัจจัยทั้งหลายเหล่านี้นี่เอง เป็นสาเหตุทำให้ป่าไม้
ซึ่งเป็นทรัพยากร
ธรรมชาติอันมีค่าของชาติ ต้องถูกทำลายลงไปเป็นจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง
 |
 |
การจัดทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติระดับท้องถิ่น จำเป็นต้องมีเป้าหมายที่จะเสริมสร้างความรักความเข้าใจอันดีในท้องถิ่น เพื่อให้เขาเหล่านั้นรู้จักคุณค่า
และวิธีการใช้ประโยชน์จากความอุดมสมบูรณ์ของสภาพธรรมชาติอย่างถูกต้อง ซึ่งจะมีผลกับชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาโดยตรงพร้อมทั้งจะได้มีการปลูกสร้างจิตสำนึกรัก
และหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ ให้เกิดขึ้นกับประชาชนตลอดจนเยาวชนของชาติ
ทั้งนี้เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นได้เป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษา
และดำเนินการอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติของท้องถิ่นด้วยตนเองสืบไป
|
|
วัตถุประสงค์ของโครงการฯ
๑. พิทักษ์รักษาอนุรักษ์
และฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ ในบริเวณพื้นที่ของโครงการไว้เพื่อให้เป็นสถานที่สำหรับการศึกษาสภาพ
ธรรมชาติ
๒. ทำการสำรวจศึกษา
วิเคราะห์วิจัยสภาพของธรรมชาติและพืชพรรณไม้ ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ ที่มีอยู่ใน
บริเวณพื้นที่โครงการ เพื่อประโยชน์ทางด้านวิชาการ และ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
กับประชาชน
๓. เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องความสำคัญของสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผลกระทบที่เกิดจากการทำลาย
สภาพธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่โครงการ
เพื่อให้เกิดจิตสำนึกรักและหวงแหน
ทรัพยากรธรรมชาติ
|
|
| |
พื้นที่ดำเนินการ |
|
| |
 |
ลักษณะพื้นที่ดำเนินการเป็นแนวยาว
โดยทิศตะวันตกติดประเทศพม่า พื้นที่ตอนบน ติดกับจังหวัดกาญจนบุรี
มีสภาพธรรมชาติที่
เหมาะสมและน่าสนใจำหรับการศึกษาทางวิชาการ ได้แก่ ป่าดงดิบบริเวณเขาแดง
พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยตะกั่วปิดทอง และบริเวณช่องตะโกล่าง
พื้นที่ตอนกลาง สภาพทั่วไปเป็นป่าดงดิบ
พื้นที่น่าสนใจ คือบริเวณลุ่มน้ำห้วยค้างคาวบริเวณเขากระโจม และ น้ำตกกระโจม
พื้นที่ตอนล่าง สภาพทั่วไป
เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ พื้นที่ที่น่าสนใจ คือบริเวณลุ่มน้ำบ่อคลึง
ธารน้ำร้อนบ่อคลึงและน้ำตกเก้าโจน
|
|
แผนงานการดำเนินงาน
คณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมากจากพระราชดำริ
ได้มีคำสั่งที่ ๒/๒๕๔๒ แต่งตั้งคณะกรรมการบริหารและคณะทำงานโดยจัดทำแผนงาน
ระหว่าง พ.ศ.๒๕๔๓-๔๗ ซึ่งสรุปได้เป็น ๖ แผนงานหลัก ดังนี้
๑.
แผนงานหลักด้านงานวิชาการและงานวิจัย
๒.
แผนงานหลักด้านการจำแนกเขตอุทยานธรรมชาติวิทยา
๓.
แผนงานหลักด้านการบริการและถ่ายทอดเทคโนโลยีทางวิชาการ
๔.
แผนงานหลักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ
๕.
แผนงานหลักด้านการฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ
๖.
แผนงานหลักด้านการอำนวยการและการประสานงาน |
| |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ |
| |
|
๑. สามารถพิทักษ์รักษาป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติอื่น ๆ
ในบริเวณพื้นที่โครงการ
๒. ก่อให้เกิดสถานที่เพื่อการศึกษาและเรียนรู้สภาพธรรมชาติ สำหรับนักเรียนนักศึกษา
และประชาชนทั่วไป
๓. ชีวิตและความเป็นอยู่ของราษฎรในบริเวณพื้นที่โครงการ ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาจากหน่วยงานของรัฐ
๔. เกิดความมั่นคงทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยาของราษฎรในท้องถิ่น มีความพร้อมที่จะเข้าร่วมในกิจกรรม
การพัฒนาต่าง ๆ ต่อไป
๕. เป็นโครงการตัวอย่างในการแก้ปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าของราษฎร
๖. สามารถแก้ไขปัญหาราษฎรบุกรุก เข้าอยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่สงวนหวงห้ามของทหารได้สำเร็จด้วยความถูกต้องและเป็นธรรม
|
รายละเอียดติดต่อ - กองพลพัฒนาที่ ๑ ค่ายศรีสุริยวงศ์
ต.ดอนตะโก อ.เมือง จว.ราชบุรี ๗๐๐๐๐ โทร.๐๓๒-๓๒๗๘๐๓ -
สนง.โครงการส่วนพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
สวนจิตรลดา ดุสิต กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๓ โทร.๐๒-๒๘๒๖๕๑๑,
๐๒-๒๘๑๓๙๒๑ - สนง.ชั่วคราวโครงการอุทยานธรรมชาติวิทยาฯ หมู่ที่ ๗
บ้านห้วยผาก ต..สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง
จว.ราชบุรี |
|