กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.
2508
เดิมคือ
กองอำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ (ป.ค.) เพื่อต่อต้านลัทธิคอมมิวนิสต์
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. (
I
nternal
S
ecurity
O
perations
C
ommmand) เป็นหน่วยงาน
ในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่เป็นศูนย์ประสานงานกลางเพื่อต่อต้านภัยคุกคามที่มุ่งทำลายผลประโยชน์และความมั่นคงของชาติ
โดยมีนายกรัฐมนตรี หรือ รองนายกรัฐมนตรี เป็น ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในโดยตำแหน่ง
ต่อมาภายหลัง พ.ศ.2525 ภัยคุกคามจากคอมมิวนิสต์ลดน้อยลง และมีการปรับปรุงโครงสร้างในรัฐบาลนายชวน หลีกภัย ได้ปรับบทบาทของ กอ.รมน.
ให้ปฏิบัติภารกิจทางด้านป้องกันปราบปรามยาเสพติด การจัดระเบียบและเสริมความมั่นคงชายแดน การพัฒนาเพื่อความมั่นคงเฉพาะพื้นที่ การแก้ปัญหา
ชนกลุ่มน้อยและผู้หลบหนีเข้าเมือง การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ แก้ปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี (หน่วยสันตินิมิต) การปฏิบัติงานด้านการข่าว และ
การปฏิบัติการจิตวิทยา (ปจว.)
เมื่อ พ.ศ.
2544
รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ปรับลดบทบาทของ กอ.รมน.ลง โดยเฉพาะด้านการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเพิ่มบทบาท
ด้านการประสานงาน มีการปรับโครงสร้าง กอ.รมน.จากเดิมมี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็น รองผู้อำนวยการโดยตำแหน่ง และปรับเพิ่มตำแหน่ง ดังนี้
รองผู้อำนวยการ รมน. มี 3 ตำแหน่ง
- ผู้บัญชาการทหารสูงสุด
- ปลัดกระทรวงมหาดไทย
- รอง ผอ.รมน.ฝ่ายการเมือง แต่งตั้งจากผู้ที่นายกรัฐมนตรี มอบหมาย (ผู้ดำรงตำแหน่งนี้ในขณะนั้นคือ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี)
ผู้ช่วยผู้อำนวยการ รมน. มี
5
ตำแหน่ง
- ผู้บัญชาการทหารบก
- ผู้บัญชาการทหารเรือ
- ผู้บัญชาการทหารอากาศ
- ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
- อธิบดีกรมการปกครอง
นอกจากนี้ยังมีการปรับสายบังคับบัญชาของ กอ.รมน.จังหวัด จากเดิมขึ้นอยู่กับ กอ.รมน.ภาค ให้ส่วนกลางเป็นผู้สั่งการโดยตรง
หน้าที่ของกอ.รมน. ปรับเปลี่ยนภารกิจไปสู่ยุทธศาสตร์ 2 ลักษณะ คือ
1
. ทำอย่างไร ให้ทุกอนูของพื้นแผ่นดินไทยมีความสงบร่มเย็น
2
. ทำอย่างไร จึงจะทำให้ประชาชนมีความผาสุก
ยุทธศาสตร์ที่สำคัญนี้น้อมรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระประสงค์ให้มีแผ่นดินแผ่นดินร่มเย็น และให้ประชาชนผาสุก
และที่เป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่ง คือ
ระบบฐานข้อมูลกับแผนงานการปฏิบัติการจิตวิทยากับประชาสัมพันธ์
เพราะสามารถสร้างพลังโดยอาศัยกระแสการ
โฆษณาประชาสัมพันธ์ ทุกคนจะมีความเข้าใจ กำลังพลจะมีความเข้าใจ ประชาชนจะเข้าใจ เมื่อสามารถสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนได้ ย่อมทำให้
เกิดความร่วมมือได้เองในในทุกเรื่อง
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี มีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นภาพลักษณ์ของ กอ.รมน. ให้มีเกียรติยศศักดิ์ศรีดังเดิมทั้งยังมุ่งติดเขี้ยวเล็บให้ กอ.รมน. มี
ประสิทธิภาพมากขึ้นในภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศและภัยคุกคามรูปแบบใหม่ การปรับโครงสร้างของ กอ.รมน.ครั้งนี้ เพื่อลดภารกิจบางประการ ซึ่ง
ทับซ้อนกับกองทัพบก โดยหนึ่งในอีก ภารกิจหลักก็คือ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เรื้อรังมากว่า
3
ปี
ความเปลี่ยนแปลงประการสำคัญคือ ให้ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็น ผอ.รมน.โดยตำแหน่ง จากเดิมที่มีนายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.รมน. ทั้งนี้ คำสั่ง
สำนักนายกรัฐมนตรีที่
231/2549
ลงวันที่
13
พฤศจิกายน
2549
แต่งตั้งให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. เป็น ผอ.รมน. มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบังคับบัญชา
ข้าราชการในสายงานทั้งหมด
โดยมี พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.) เป็นเลขาธิการ กอ.รมน. ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่
205/2549
ลงวันที่
30
ตุลาคม
2549
รับผิดชอบสำนักเลขาธิการ กอ.รมน. ทำหน้าที่ฝ่ายอำนวยการในการวางแผน อำนวยการ ประสานงาน และกำกับดูแลการปฏิบัติในสายงานของ กอ.รมน.
นอกจากนี้ยังมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่
1/2550
ลงวันที่
3
มกราคม
2550
และที่
48/2550
ลงวันที่
15
กุมภาพันธ์
2550
นายกรัฐมนตรีได้ลงนามแต่งตั้ง
รอง ผอ.รมน
. 9
นาย
แบ่งเป็นทหาร
6
นาย คือ
- พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร
- พล.อ.ไพศาล กตัญญู รอง ผบ.ทบ.
- พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร ผช.ผบ.ทบ.
- พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผช.ผบ.ทบ.
- พล.ร.อ.วีรพล วรานนท์ เสนาธิการทหารเรือ
- พล.อ.อ.สมหมาย ดาบเพ็ชร เสนาธิการทหารอากาศ
ตำรวจ
1
นาย คือ
- พล.ต.อ.อิสระพันธ์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา รอง ผบ.ตร.
พลเรือน
2
นาย คือ
- นายสุรอรรถ ทองนิรมล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย
- นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม
ส่วนแม่ทัพภาคที่ 1-4 จะทำหน้าที่ ผอ.กอ.รมน.ภาค โดยตำแหน่ง
- พล.ท.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม่ทัพภาคที่
1
รับผิดชอบพื้นที่ภาคกลาง
26
จังหวัด
- พล.ท.สุเจตน์ วัฒนสุข แม่ทัพภาคที่
2
รับผิดชอบในพื้นที่ภาคอีสาน
19
จังหวัด
- พล.ท.จิรเดช คชรัตน์ แม่ทัพภาคที่
3
รับผิดชอบในพื้นที่ภาคเหนือ
17
จังหวัด
- พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่
4
รับผิดชอบในพื้นที่ภาคใต้
14
จังหวัด
ผอ.กอ.รมน.ภาค มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบบังคับบัญชาข้าราชการ และการดำเนินงานของ กอ.รมน.ภาค และเพื่อการจัดระเบียบความมั่นคงภายในพื้นที่ได้
้มอบหมายให้ กอ.รมน. และ กระทรวงมหาดไทย จัดตั้ง กอ.รมน.จังหวัด ทั้ง
76
จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็น ผอ.กอ.รมน.จังหวัด
แผนงาน กอ.รมน. ในปี
2550
มุ่งที่จะลดระดับความรุนแรงของปัญหาความมั่นคงที่เกิดขึ้นให้ได้ โดยจะให้ กอ.รมน.จังหวัด เป็นกลไกหลักที่จะช่วย
สนับสนุนดำเนินงานด้านความมั่นคงและการพัฒนา และจะใช้แนวทาง "เศรษฐกิจพอเพียง" ในการพัฒนาจากระดับประชาชนรากแก้วขยายไปสู่ระดับประเทศ
นอกจากนี้ จะมุ่งเน้นปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เสริมสร้างความรัก ความสามัคคีของคนในชาติ ทำหน้าที่วิเคราะห์
ติดตาม แจ้งเตือนภัยความมั่นคงทุกรูปแบบ รับสนองนโยบายด้านความมั่นคงจากรัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อนำมาปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
การปรับเปลี่ยนโครงสร้าง กอ.รมน.ใหม่นี้ เพื่อให้บรรลุถึงจุดมุ่งหมายของ กอ.รมน. คือ ประเทศมั่นคง ประชาชนอยู่สุข ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง
สิ่งแวดล้อมยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม จากบทบาทภารกิจและอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่กว้างขวางขึ้น ลำพังเจ้าหน้าที่ของรัฐคงไม่พอเพียงที่จะเข้าไปฟังทุกปัญหาด้านความ
มั่นคงในทุกพื้นที่ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยประชาชนที่อยู่ในท้องถิ่นให้การช่วยเหลือ เพราะปัญหาด้านความมั่นคงของชาติมีหลายด้าน เช่น ปัญหาด้านยาเสพติด
ปัญหาด้านผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ปัญหาผู้ก่อการร้าย เป็นต้น
โดยเฉพาะปัญหาการก่อความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่ง กอ.รมน. เข้ามารับบทบาทหน้าที่แทน โดยมี กอ.รมน.ภาค
4
เป็นหน่วยปฏิบัติ
และกำกับดูแล ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต. ) และกองบัญชาการผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร (พตท.43)
กอ.รมน. จะยึดแนวทางการทำงานในเชิงสมานฉันท ์ โดยยึดพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการเข้าถึง เข้าใจ และพัฒนา มาใช้ซึ่งคิดว่า
สถานการณ์ต่างๆ จะดีขึ้นในระยะเวลาอันสั้นเช่นเดียวกับปัญหาความมั่นคงในด้านอื่นๆ